TFFA news Other news Newsletter
   
สรุปการเสวนา ปลดล็อคปัญหาแรงานทาส

เสวนาปลดล็อคปัญหาแรงงานทาส..เพื่ออนาคตอุตสาหกรรมอาหารและประมงไทย 

สหรัฐอเมริกาได้ประกาศลดอันดับการค้ามนุษย์มาเป็นอันดับ 3 หรือ Tier 3 คือ ประเทศที่ดำเนินการไม่สอดคล้องกับมาตรฐานขั้นต่ำตามกฎหมายของสหรัฐฯ และไม่มีความพยายามปรับปรุงแก้ไขนั้น อาจจะส่งผลต่อการส่งออกสินค้าทั้งหมดของไทยไปยังประเทศสหรัฐฯ รวมทั้งอาจจะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของสินค้าไทยที่ส่งออกไปยังทั่วโลก ที่ผ่านมาได้มีผู้ประกอบการค้าสัตว์น้ำในสหรัฐฯ และนอร์เวย์ งดซื้อสินค้าจากประเภทกุ้งจากผู้ประกอบการรายใหญ่ โดยให้เหตุผลว่า ในห่วงโซ่การเลี้ยงกุ้งตลอดจนสินค้าประมงของไทยมีการใช้แรงงานในลักษณะการค้ามนุษย์ และที่สำคัญหลังจากเดือนกันยายน 2557 ประเทศไทยอาจถูกกีดกันทางการค้าจากสหรัฐฯ และประเทศพันธมิตรในสินค้า 4 ประเภท ได้แก่ น้ำตาล กุ้ง ปลา และเครื่องนุ่งห่ม ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการอุตสาหกรรมส่งออกไทยโดยเฉพาะสินค้าอาหารและประมงของไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
นอกจากนั้น การที่สหภาพยุโรปได้ออกแถลงการณ์ เกี่ยวกับสถานการณ์การเมืองในประเทศไทย โดยระบุว่า "สหภาพยุโรปได้เรียกร้องให้มีการเจรจาหารือ การแก้ปัญหาวิกฤติทางการเมืองโดยสันติ และการเคารพต่อหลักการประชาธิปไตยในประเทศไทยมาโดยตลอด ความจำเป็นเร่งด่วนในขณะนี้ คือการกำหนดกรอบเวลาในการจัดการเลือกตั้งที่ชัดเจน เพื่อนำไปสู่การจัดตั้งรัฐบาลที่สามารถทำหน้าที่ได้อย่างเต็มที่ และมีความชอบธรรมตามระบอบประชาธิปไตยโดยเร็วที่สุดโดยขอให้ทุกฝ่ายใช้ความยับยั้งชั่งใจและทำงานร่วมกันเพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติ และขอเรียกร้องให้ทหารเคารพต่อมาตรฐานสิทธิมนษุยชนสากล รวมทั้งสิทธิเสรีภาพของสื่อด้วย" ก็อาจจะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทยในหลายๆ ด้าน
การแก้ไขปัญหาแรงงานของไทยนั้นจะต้องมีการวางแผนในระยะยาว 5-10 ปี เพื่อเตรียมความพร้อมของประเทศในการส่งเสริมอุตสาหกรรม เนื่องจากปัญหาแรงงานจะมีความรุนแรงและจะไม่สามารถหาแรงงานมาทดแทนได้เพียงพอ ในอนาคตควรมีมาตรการในการเตรียมความพร้อมในการจัดการแรงงานทั้งระบบอย่างถูกต้องและมีจำนวนแรงงานที่เพียงพอสำหรับประเทศไทยในระยะยาวได้ ควรสนับสนุนงบประมาณการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมให้กับผู้ประกอบการไทยเพื่อทดแทนการใช้กำลังแรงงานคน ควรมีการสนับสนุนสินเชื่อของธนาคารรัฐให้กับผู้ประกอบการ SMEs ในการเปลี่ยนแปลง ปรับปรุง และพัฒนาธุรกิจของตนให้ใช้แรงงานน้อยลง เตรียมความพร้อมในการวางแผนการพัฒนาคนเพื่อรองรับการขยายตัวใน AEC และศึกษากำลังคนเพื่อให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงได้ ปรับปรุงและยกระดับระบบการศึกษาไทยในระดับอาชีวศึกษาเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ประกอบการ รณรงค์ให้หอการค้าจังหวัด หน่วยงานภาคเอกชน ประชาสัมพันธ์หน่วยงานต่างๆ ให้เห็นความสำคัญของแรงงานต่อการเจริญเติบโตของธุรกิจ  พร้อมทั้งให้หยุดการใช้แรงงานผิดกฎหมาย และให้สอดคล้องกับนโยบายการแก้ไขปัญหาแรงงานของ คสช.
ส่วนการแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าวต้องบริหารจัดการแรงงานต่างด้าวอย่างเป็นระบบในระยะยาว ร่วมกับประเทศต้นทางของแรงงานให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ โดยสนับสนุนการดำเนินงานของ คสช. ในการจัดระเบียบแรงงานต่างด้าวในประเทศไทย โดยมีความชัดเจน ลดขั้นตอน ระยะเวลา และค่าใช้จ่าย ควรเสนอให้ คสช. ประสานงานกับรัฐบาลกลางและรัฐบาลท้องถิ่นในการแก้ไขปัญหาร่วมกัน ควรมีการจัดตั้งศูนย์คัดกรองและรับสมัครงานแรงงานจากประเทศต้นทาง ควรจัดให้มีผู้จัดหาแรงงานอย่างถูกต้องตามกฎหมายของทั้ง 2 ประเทศ ผู้จัดหางานต้องระบุคุณลักษณะงานของแรงงานที่ต้องการอย่างชัดเจนเพื่อลดปัญหาการใช้แรงงานผิดอุตสาหกรรม และเกินความจำเป็นในอุตสาหกรรม ด้าน BOI ควรพิจารณาผ่อนผันการใช้แรงงานต่างด้าวไร้ฝีมือต่อไป จนกว่าจะมีนโยบายในการพัฒนาแรงงานต่างด้าวในระยะยาว
ส่วนการแก้ไขปัญหาแรงงานประมงนั้น ให้ผู้ประกอบการ PP โรงงานแปรรูป ฟาร์มเพาะเลี้ยงกุ้งทะเล และเรือประมง ดำเนินการตามแนวทาง GLP ต้องมีการจัดระเบียบเรือประมงโดยการจดทะเบียนชาวประมงและผู้ประกอบการประมงให้มีใบอาชญาบัตรเรือ ออกใบอนุญาตการใช้เครื่องมือทำการประมงและสำรวจแรงงานประมง โดยให้จัดระเบียบเรือประมงและการประมงทั้งหมดให้สอดคล้องกับแผนแม่บทของกรมประมง ต้องบังคับให้แรงงานประมงทั้งหมดทั้งไทยและต่างด้าวไปขึ้นทะเบียนแรงงานประมงให้ถูกต้องภายใต้ศูนย์ประสานแรงงานประมง ควรจัดทำฐานข้อมูลออนไลน์โดยการบันทึกข้อมูลชาวประมงและผู้ประกอบการประมง เครื่องมือประมง และแรงงานประมง สนับสนุนให้มีการตรวจตราเรือประมงที่ เข้า-ออก จากฝั่งเพื่อตรวจสอบการทำประมง และป้องกันการใช้แรงงานบังคับและการค้ามนุษย์ จัดทำการประชาสัมพันธ์ด้านการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์แก่ผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียในภาคการประมง และดำเนินการส่งเสริมภาพลักษณ์และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้นำเข้าและผู้บริโภคสินค้าประมงของไทย ตลอดจนภาคประชาสังคมทั้งในและต่างประเทศในการแก้ไขปัญหาแรงงานในภาคการประมงของไทย
นอกจากนี้ ยังต้องสร้างความร่วมมือในการบริหารจัดการประมงในระดับภูมิภาคอาเซียนเพื่อนำไปสู่การพัฒนาความมั่นคงทางทรัพยากรและบริหารแรงงานในเรือประมงร่วมกัน ดังนี้

  • สนับสนุนให้มีการบริหารจัดการประมงโดยแบ่งตามขนาดเรือ เครื่องมือใช้งาน เพื่อให้การจัดการแรงงานมีความเหมาะสมชัดเจน สามารถนำไปสู่ภาคปฏิบัติได้

สนับสนุนให้มีการใช้เทคโนโลยีและเครื่องมือการวิเคราะห์ในการบริหารจัดการประมงเพื่อติดตาม ควบคุม และเฝ้าระวัง โดยใช้ระบบติดตามเรือ (Vessel Monitoring System : VMS) ที่สามารถให้ข้อมูลวิเคราะห์ทั้งทางการจัดการทรัพยากรทางทะเล และการจัดการทรัพยากรมนุษย์ตามที่ได้ผูกพันกับอนุสัญญาต่างๆ ที่ทางราชการได้ลงนามไว้

  • ขอให้มีการประชาสัมพันธ์ให้นายจ้างขึ้นทะเบียนแรงงานทั้งเรือประมงที่เข้าฝั่ง และเรือที่กำลังทำการประมงอยู่ในทะเลทั้งในและนอกน่านน้ำไทย และให้แจ้งการเปลี่ยนแปลงลูกเรือกลางทะเลทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลง
  • สนับสนุนให้มีการจัดตั้งศูนย์บริหารจัดการประมงเชิงบูรณาการ และภาครัฐควรจัดหาแรงงานประมงให้เพียงพอ

สิ่งที่น่าจับตา ก็คือ ในเดือนกันยายนกระทรวงแรงงานของสหรัฐฯ จะดำเนินการประกาศรายงานประจำปีเกี่ยวกับสถานการณ์และการขจัดการใช้แรงงานเด็กในรูปแบบที่เลวร้ายที่สุด (Findings on the Worst Forms of Child Labor) ของประเทศคู่ค้าของสหรัฐฯ ที่ได้รับสิทธิพิเศษ GSP โดยไทยอยู่ในระดับ “Significant Advancement" (มี 9 ประเทศ จาก 143 ประเทศที่ถูกจัดทำรายงาน) ซึ่งบัญชีรายชื่อสินค้าที่มีเหตุผลให้เชื่อว่าผลิตโดยการใช้แรงงานเด็กหรือแรงงานบังคับ (List of Goods Produced by Child Labor or Forced Labor -TVPRA List) ได้แก่ กุ้ง เสื้อผ้า (แรงงานเด็ก และแรงงานบังคับ) อ้อย สื่อลามก (แรงงานเด็ก) ปลา (แรงงานบังคับ) ซึ่งคงต้องติดตามดูว่าจะส่งผลกระทบอย่างไรกับประเทศไทยบ้าง
อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยเป็นประเทศที่พึ่งพาการส่งออกเป็นหลัก (โดยเมื่อปี 2556 ส่งออกประมาณ 7,000 ล้านล้านบาท) อีกทั้งประเทศไทยยังเป็นผู้ส่งออกหลักของผลิตภัณฑ์อาหารทะเลทั้งสด แปรรูป และอาหารทะเลบรรจุกระป๋อง รวมทั้งยังเป็นห่วงโซ่การผลิตของหลายๆ อุตสาหกรรมไปยังทั่วโลก โดยมีแรงงานต่างด้าวที่ทำงานในประเทศไทยที่ได้รับอนุญาตให้ทำงานในทั่วราชอาณาจักร ประมาณ 1,500,000 คน



         
ภายบรรยากาศ