TFFA news Other news Newsletter
   
ปาฐกถาพิเศษ “หลักนิติธรรม สร้างนิติรัฐ ค้ำจุนประชาธิปไตย”

เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2558 หลักสูตรนิติธรรมเพื่อประชาธิปไตย (นธป.) รุ่นที่ 3 ของสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญได้จัดปาฐกถาพิเศษ
เรื่อง “หลักนิติธรรม สร้างนิติรัฐ ค้ำจุนประชาธิปไตย” โดยมีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) นายชวน หลักภัย อดีตนายกรัฐมนตรี และนายวีระพล ตั้งสุวรรณ รองประธานศาลฏีกา เป็นผู้ปาฐกถาพิเศษ

นายนุรักษ์ มาประณีต ประธานศาลรัฐธรรมนูญ กล่าวเปิดงานตอนหนึ่งว่า การจัดปาฐกถาพิเศษในครั้งนี้ เนื่องจากในวันนี้ เป็นวัน
สำคัญในอดีตที่เปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองจากสมบูรณาญาสิทธิราชย์เป็นระบอบประชาธิปไตย ทำให้ไทยมีรัฐธรรมนูญฉบับแรกขึ้นมา ประกอบกับตอนนี้ประเทศไทยกำลังขับเคลื่อนให้มีการปฏิรูปประเทศให้เกิดความค้ำจุน โดยเฉพาะหลักนิติธรรม เพื่อทำให้รัฐและประเทศเกิดความเข้มแข็ง

ด้านนายพรเพชร กล่าวใจความตอนหนึ่งว่า ความหมายของกฎหมายอยู่ที่ความยุติธรรม และสิ่งที่ผูกติดกับกฎหมายอีกอย่างหนึ่งคือ
อำนาจ หากปราศจากอำนาจเท่ากับกฎหมายไม่มีผลบังคับ ทั้งนี้มนุษย์สร้างกฎหมายด้วยอำนาจเพื่อให้เกิดความยุติธรรมในสังคม ทั้งนี้คณะรัฐประหารยึดอำนาจเป็นรัฏฐาธิปัตย์ แต่ความเป็นรัฏฐาธิปัตย์มีจุดหนึ่งที่ต้องหยุด ในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาไม่มีใครครองความเป็นรัฏฐาธิปัตย์ได้ตลอด ดังนั้นการที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) บอกว่าเดินตามโรดแมปก็คือกำลังเดินตามกฎหมาย เป็นการเคารพการเป็นนิติรัฐ และหมายความว่าประเทศนี้มีกฎหมายคุ้มครองอยู่ ถ้าบ้านเมืองจะเปลี่ยนต้องเปลี่ยนโดยโรดแมป ไม่ใช่เปลี่ยนเพราะรัฐธรรมนูญมาตรา 44 อย่างไรก็ตามการสร้างกฎหมายให้มีนิติรัฐนิติธรรม นอกจากค้ำจุนกฎหมายแล้ว ยังจะทำให้ประชาธิปไตยยั่งยืนอีกด้วย

ด้านนายชวน หลีกภัย กล่าวว่า วันที่ 24 มิ.ย. เป็นวันครบรอบ 83 ปีแห่งการเปลี่ยนแปลงการปกครองประเทศ และตนเชื่อว่า
บ้านเมืองเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี ซึ่งบุคคลที่มาทำหน้าที่ในสภาชุดทั้งก่อนหรือแม้แต่ชุดนี้ก็มีทั้งคนดีและไม่ดีปะปนกัน ถึงจะเลือกมาแล้วก็ตาม การที่นักการเมืองให้ความคิดเห็นประเด็นต่างๆ เป็นเพราะเขารู้จากประสบการณ์ว่าคืออะไร ไม่ใช่เพราะว่าเขาเสียผลประโยชน์ ส่วนประเด็นที่ ส.ส. ต้องเป็นอิสระ หากผ่านการลงสมัครแบบไม่สังกัดพรรค ในสุดท้ายก็ต้องกลับมาสังกัดพรรค เพราะระบบนี้ หาก ส.ส.ไม่มีวินัยเท่ากับหายนะ ระบบนี้ต้องมีวินัย แต่ตนเข้าใจผู้ร่างว่ามีเจตนาดี ตนขอให้ไปดูร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ให้ดี เพราะจุกจิกเกินไป อย่างเอาพรรคใดพรรคหนึ่งเป็นมาตรฐาน ไม่เช่นนั้นจะทำให้เราเสียโอกาสในการทำประชาธิปไตยที่เข้มแข็ง

“ขณะที่เราให้ความสำคัญกับรัฐธรรมนูญ อย่าลืมว่าที่ผ่านมา ก่อให้เกิดวิกฤตบ้านเมืองมาจากคนใช้กฎหมาย ไม่ใช่มาตราใดมาตรา
หนึ่งของรัฐธรรมนูญบกพร่อง อย่าไปมองว่าให้ฝ่ายบริหารแข็งไป แล้วฝ่ายค้านอ่อน หรือฝ่ายค้านแข็งไป ฝ่ายบริหารอ่อนไป มันก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น เราอย่าคิดว่าบ้านเมืองไม่ใช่ของเรา อย่าคิดว่าช่างหัวมัน ทั้งนี้ ข้อวิตกที่ว่าจะมีการชุมนุมอีกหรือไม่นั้น ตอบยาก แต่ถ้ามีการชุมนุมก็ต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย ละเมิดกฎหมายไม่ได้ การชุมนุมจะเกิดหรือไม่เกิดก็ไม่มีผลกระทบ ถ้าบ้านเมืองมีหลักนิติรัฐนิติธรรม”



         
ภายบรรยากาศ