TFFA news Other news Newsletter
   
รายงานการประชุม คณะทำงานขับเคลื่อนอุตสาหกรรมกุ้ง


สรุปรายงานการประชุม คณะทำงานขับเคลื่อนอุตสาหกรรมกุ้ง
วันที่ 30 ตุลาคม 2558 ณ ห้องประชุมพะยูน อาคารจุฬาภรณ์ ชั้น 7 กรมประมง

กรมประมง ประชุมคณะทำงานขับเคลื่อนอุตสาหกรรมกุ้งครั้งที่ 2/2558 เพื่อให้เกษตรกร และผู้ส่งออกได้แลก เปลี่ยนข้อมูล ความคิดเห็นระหว่างกัน รวมถึงอัพเดทสถานการณ์ต่างๆ มีสาระสำคัญดังนี้

ประเด็นราคากุ้งตกต่ำ
นายบรรจง นิสภวาณิชย์ (นายกสมาคมสมาพันธ์เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งไทย) แจ้งว่า เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2558 ที่ผ่านมา ผู้แทนชมรมกุ้งต่างทั่วประเทศได้แถลงข่าว 4 มาตรแก้วิกฤติราคากุ้งตกต่ำ โดยขอให้รัฐบาลเร่งแก้ไข 4 เรื่อง ดังนี้
     1. เกษตรกรผู้เลี้ยงจะลดกำลังการผลิตกุ้งลง ร้อยละ 30 ตั้งแต่วันนี้จนกว่าราคาจะดีขึ้น เนื่องจากผลผลิตปัจจุบัน Over Supply ทำให้ราคากุ้งตก จึงลดการผลิต เพื่อให้ได้ราคาที่เหมาะสม
     2. ขอให้รัฐบาลยกเลิกประกาศการนำเข้ากุ้งจากประเทศอินโดนีเซีย และบราซิล เนื่องจากเสี่ยงต่อการเกิดโรค IMNV
     3. ขอให้รัฐบาลหาแนวทางรักษาเสถียรภาพราคากุ้งขาวในประเทศ
     4. ผลักดันจัดตั้งคณะกรรมการกุ้งแห่งขาติ โดยเพิ่มสัดส่วนตัวแทนจากเกษตรกรทั่วประเทศ

ภาคผู้เลี้ยงและ ภาคส่งออก ต่างมีเหตุผลสำคัญในการชี้แจง ดังนี้
     • ภาคผู้เลี้ยง : เกษตรกรทั้งรายเล็ก รายใหญ่ได้ลงทุน ได้ปรับเปลี่ยนวิธีการเลี้ยง เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพส่งโรงงานแปรรูป ซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูงมาก และพยายามปรับปรุงฟาร์มให้ได้สุขอนามัยที่ดี เพื่อเลี้ยงกุ้งให้รอด และผลผลิตมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น แต่สุดท้าย
ราคากุ้งกลับตกต่ำ ไม่คุ้มกับต้นทุนจึงขอให้โรงงานแปรรูปช่วยพิจารณาประกอบกับก่อนหน้านี้ เกษตรกรรายย่อยได้ขาดทุนจากโรค EMS มากเช่นกัน ดังนั้น ผู้แทนภาคผู้เลี้ยงแจ้งว่า หากราคายังตกต่ำเช่นนี้ เกษตรกรจำเป็นต้องลดผลผลิตลง ร้อยละ 30 เพื่อให้ราคาสูงขึ้น
     • ด้านผลผลิตในปี 2559 ภาคผู้เลี้ยงได้ให้ความมั่นใจว่า หากราคาดีขึ้นและภาครัฐมีโครงการฯ ช่วยเหลือเกษตรกรอย่างต่อเนื่อง ผลผลิตคาดว่าประมาณ 300,000 ตัน/ปี
     • ภาคผู้เลี้ยงขอเสนอ 100 ตัว/130 บาท ผู้ส่งออกมีความเห็นอย่างไร ?

     • ภาคส่งออก : ตามที่ภาคผู้เลี้ยงแจ้งว่าราคากุ้งตกต่ำ เนื่องจาก Over Supply นั้น สมัยก่อนที่ไทยส่งออกมาก Capacity ประมาณ 1 ล้านตัน ปัจจุบัน โรงงานใหญ่ 4 โรง รับได้ที่ 80,000-100,000 ตัน ภาคส่งออกไม่มีความประสงค์ใดที่จะให้ราคาตกต่ำ เพราะไม่ได้ประโยชน์อันใด
ทั้งนี้ ผู้ส่งออกมีภาระต้องแก้ไขปัญหาต่างๆ เช่น การถูกโจมตีด้านแรงงาน, ปัญหาการประมงผิดกฎหมาย (IUU), ปลาป่น(เนื่องจากนำปลาจากเรือผิดกฎหมายมาผลิตอาหารสัตว์น้ำ) ,การกีดกันทางการค้าเช่น GSP-EU , AD และในปีหน้า ประเทศคู่ค้าให้ความสำคัญและ เข้มงวดต่อระบบ Traceability สินค้าประมงของไทย ที่สำคัญคือ การขาดแคลนวัตถุดิบในช่วง 2-3 ปีนี้ ทำให้ตลาดหลักสินค้ากุ้งของไทย ลดลงไปมาก โดยเฉพาะตลาดอเมริกา ยุโรป และญี่ปุ่น
     • สำหรับปีหน้า 2559 หากภาคผู้เลี้ยงมั่นใจว่าผลผลิตเพิ่มขึ้น หรือคาดว่าถึง 300,000 ตัน ขอให้แจ้งผู้ส่งออกให้ทราบล่วงหน้า เพื่อมีเวลาวางแผนในการทำงาน และหาคนงานเพิ่ม เพราะปัจจุบัน ผู้ส่งออกได้ลดจำนวนคนงานไปมาก ตามสถานการณ์ที่หดตัวลง ดังนั้นการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ถูกต้อง และตรงประเด็นทั้งส่วนภาคผู้เลี้ยง และภาคส่งออก เป็นสิ่งสำคัญต่อกาวางแผนให้สอดรับกับวัตถุดิบที่มีอยู่
     • สำหรับด้านราคาที่ภาคผู้เลี้ยงเสนอ 100 ตัว/130 บาท ผู้ส่งออกไม่สามารถรับได้ในราคานี้ เพราะปัจจุบัน ประเทศคู่แข่งได้เสนอราคาขายต่ำกว่าของไทย เพราะต้นทุนการเลี้ยงและการผลิตถูกกว่า อีกทั้ง มีวัตถุดิบส่งมอบได้อย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญสมาคมฯ ไม่สามารถคุมราคาซื้อได้ และตามที่บริษัท ไทยยูเนี่ยนฯ มีโครงการประกันราคากุ้ง 100ตัว120 บาทนั้น ราคานี้ยังไม่สามารถทำตลาดได้ แต่เพื่อให้เกษตรกร มีแรงจูงใจ มีผลผลิตอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มีของส่งมอบตรงเวลา ลูกค้ามีความเชื่อมั่น และคาดว่าตลาดจะกลับคืนมา

สรุปมติที่ประชุม
• ภาคผู้เลี้ยงและภาคส่งออกต่างมีความเห็นตรงกันว่า ควรจัดตั้งคณะกรรมการอุตสาหกรรม กุ้ง โดยมีผู้แทนจาก กรมประมง สำนักเศรษฐกิจการเกษตร กระทรวงพาณิชย์ ผู้เลี้ยงและผู้ส่งออก เพื่อจัดทำกลยุทธ และวางแผนการทำงานร่วมกัน (โดยระหว่ารอการจัดตั้งคณะกรรมการฯ นั้น ขอให้แต่ละภาคส่วนที่เกี่ยวข้องส่งผู้แทน ฝ่ายละ 2 ท่าน เพื่อหารือและวิเคราะห์ข้อมูลก่อน)      • เรื่อง ยกเลิกประกาศการนำเข้ากุ้งจากประเทศ อินโดนีเซีย เข้ามาในราชอาณาจักร ตามประกาศ เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2558 นั้น ขณะนี้รัฐมนตรีเห็นชอบแล้ว คาดว่าจะประกาศโดยเร็ว