TFFA news Other news Newsletter
   
นโยบายการประมง 2015-2020


รัฐอานธรประเทศ - นโยบายการประมง 2015-2020

รัฐอานธรประเทศได้ระบุให้ภาคการประมงเป็นเครื่องมือหนึ่งของการเติบโตและพัฒนาด้านเศรษฐกิจและสังคม นโยบายการประมงชุดใหม่แสดงถึงวัตถุประสงค์การพัฒนา มาตรการบริหารจัดการ และกลยุทธ์ที่จะดำเนินการในช่วง 5 ปีถัดไป นโยบายกำหนดเป้าหมายที่จะช่วยสร้างความทันสมัยในภาคการประมง

โดยการสร้างระบบความเป็นมิตรต่อนิเวศน์ของผู้มีส่วนได้เสีย เพื่อดึงดูดเทคโนโลยี่ใหม่และการลงทุน ความร่วมมือภาครัฐ/เอกชนในหลายแง่มุมของห่วงโซ่คุณค่าการประมงจะได้รับการสนับสนุน โดยการให้แรงจูงใจด้านการเงิน นอกจากนี้ นโยบายจะส่งเสริมนวัตกรรมและส่งเสริมให้ใช้เทคโนโลยี่ที่ดีขึ้นผ่านการวิจัยและพัฒนา รวมทั้งจะ

#ปกป้องสิทธิของชาวประมงรายย่อย

#ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของสตรี และ

#รูปแบบดำเนินการเพื่อสวัสดิการของชาวประมง

ผลที่คาดหวังว่าจะได้จากนโยบายใหม่ 5 ปีคือ การขยายตัวด้านผลผลิตกุ้งและปลา 4.2 ล้านตันจากระดับปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 1.9 ล้านตัน และเพิ่มมูลค่าการส่งออกเป็นสองเท่าตัวจาก 1.2 พันล้านดอลลาร์ เป็น 2.4 พันล้านดอลลาร์

บทบัญญัติบางส่วนของนโยบายใหม่ที่เกี่ยวข้องกับฟาร์มเลี้ยงกุ้ง

• โรงงานแปรรูปกุ้งและห้องเย็นรายใหม่จะได้รับเงินอุดหนุน 50% (รวมถึงค่าที่ดิน) จากกองทุน 756,000 ดอลลาร์ ค่าที่ดินต้องไม่มากกว่า 15% ของค่าใช้จ่ายทั้งหมดของโครงการ

• ปั๊มและเครื่องให้อากาศจะได้รับเงินอุดหนุน 50% ปั๊มพลังแสงอาทิตย์ แสงสว่างพลังแสงอาทิตย์ และเครื่องให้อากาศที่ใช้พลังแสงอาทิตย์ จะได้รับเงินอุดหนุน 60% สำหรับพื้นที่มากกว่า 2 แฮกแตร์ต่อรายเกษตรกรต่อปี

• จัดรางวัลจูงใจให้กับโรงงานผลิตอาหารสัตว์น้ำ ผู้ผลิตเครื่องให้อากาศ และผู้ผลิตอุปกรณ์ที่ใช้แปรรูปปลา

• ร่วมกับบริษัทประกันภัย โดยเสนอให้มีการประกันภัยผลผลิตกุ้งและอุปกรณ์ต่างๆ

• จัดตั้งกองทุนพิเศษมูลค่า 756,000 ดอลลาร์เพื่อสถาบันวิจัยของรัฐ เมื่อสถาบันวิจัยได้ร่วมมือกับภาคเอกชน โปรเจคที่ร่วมมือกันจะได้รับเงินอุดหนุน 60%

• งานวิจัยด้านเทคโนโลยี่ใหม่ เช่น การเลี้ยงกุ้งอย่างยั่งยืนภายใต้ความหนาแน่นสูงในโรงเรือน และเทคโนโลยี่ไบโอฟล็อก จะได้รับการส่งเสริมโดยมีการให้คำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศและนานาชาติ

• อาคารกักกันโรคและศูนย์เพิ่มปริมาณพ่อแม่พันธุ์สำหรับกุ้งขาวแวนนาไม และสายพันธุ์อื่นจากต่างประเทศ จะถูกจัดตั้งขึ้นในเมือง Muthukuru (อำเภอ Nellore) Kakinada (อำเภอ East Godavari ) และ Visakhapatnam

• โรงเพาะฟักที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนและต่ำกว่าเกณฑ์จะถูกปิดทั้งหมด เป็นไปตามข้ออ้างบทบัญญัติของกฏหมายว่าด้วยลูกพันธุ์ AP ด้วยความร่วมมือขององค์การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง (CAA) และองค์การพัฒนาการส่งออกผลิตภัณฑ์ทางทะเล (MPEDA)

• ดำเนินการประเมินความต้องการลูกพันธุ์กุ้งและสนับสนุนการจัดตั้งโรงเพาะฟักกุ้งขึ้น