January
2014
l February
2014
l March
2014
l April
2014
l May
2014
l June
2014
l July
2014
l August
2014
l September
2014
l Octobrer
2014
l November
2014
l December
2014
l All
     

TFFA Newsletter
March 2014

 
สถานการณ์กุ้งไทย 2 เดือนแรกของปี 2557

ผลผลิตกุ้งปี 2556 มีปริมาณรวม 256,765 ตัน ลดลง 45.7% ประกอบด้วยกุ้งขาวแวนนาไม 246,051 ตัน ลดลง 46.3% และกุ้งกุลาดำ 10,714 ตัน ลดลง 29.7% ซึ่งมีสาเหตุมาการอาการตายด่วน (EMS) โดยกุ้งทุกขนาดมีราคาเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 55-65

การส่งออกกุ้งของไทยปี 2556 มีปริมาณ 203,972 ตัน คิดเป็นมูลค่า 66,545 ล้านบาท ลดลง 39.1% และ 27.2% ตามลำดับ แบ่งเป็นกุ้งขาวแวนนาไม 189,958 ตัน คิดเป็นมูลค่า 62,903 ล้านบาท กุ้งกุลาดำ 12,636 ตัน คิดเป็นมูลค่า 2,923 ล้านบาท และกุ้งน้ำเย็น 1,378 ตัน คิดเป็นมูลค่า 720 ล้านบาท โดยส่งออกไปสหรัฐฯ 76,905 ตัน มูลค่า 26,850 ล้านบาท ลดลง 37.9% และ 20.5% ตามลำดับ ส่งออกไปญี่ปุ่น 56,745 ตัน มูลค่า 18,706 ตัน ลดลง 27.1% และ 23% ตามลำดับ ส่งออกไป EU 26,763 ตัน มูลค่า 9,301 ล้านบาท ลดลง 46.1% และ 32.3% ตามลำดับ


สถานการณ์การผลิตกุ้งปี 2557 เดือนมกราคมมีปริมาณ 13,324 ตัน เดือนกุมภาพันธ์ 10,324 ตัน คาดว่าเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคมจะมีปริมาณ 8,755 ตัน 7,382 ตัน และ 8,285 ตัน ตามลำดับ โดยทั้งปีคาดว่าจะมีกุ้งประมาณ 320,000 – 350,000 ตัน เนื่องจาก ฟาร์มเพาะลูกกุ้งยังมีพ่อแม่พันธุ์จำกัด ฟาร์มเลี้ยงกุ้งก็ยังไม่มั่นใจในสถานการณ์ทำให้ผู้เลี้ยงไม่กล้าลงลูกกุ้งเหมือนปกติ รวมถึงสภาวะอากาศที่แปรปรวนมีความหนาวเย็นยาวนานกว่าทุกปี ได้ส่งผลกระทบต่อผลผลิตลูกกุ้งในไตรมาส 1 ส่วนไตรมาส 2-4 คาดว่าความเสี่ยงจาก EMS จะค่อยๆ ลดลงเรื่อยๆ

สถานการณ์ด้านราคากุ้งปี 2557 น่าจะยังคงอยู่ในระดับสูงแต่อาจมีการปรับตัวลดลงจากปีก่อน เนื่องจากการผลิตยังคงไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด โดยเดือน ก.พ. 2557 ราคากุ้งขาวมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยจากเดือนก่อน และเมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน ราคากุ้งทุกขนาดเพิ่มขึ้นมากกว่า 60% โดยกุ้งขนาดเล็กมีการเพิ่มขึ้นมากกว่ากุ้งขนาดใหญ่ ในขณะที่ผลผลิตที่เข้าสู่ตลาดทะเลไทยเฉลี่ยวันละ 76.00 ตู้/วัน ใกล้เคียงกับเดือนก่อน (+0.2 %) แต่เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน ปริมาณลดลง -5.1%

สถานการณ์ด้านการค้าปี 2557 คาดว่าอินเดียยังคงเป็นผู้นำในตลาดสหรัฐฯ โดยผู้นำเข้าสหรัฐฯ ยังรอดูสถานการณ์การผลิตกุ้งโลกในเดือนมีนาคมก่อนที่จะมีคำสั่งซื้อในช่วงเดือนเมษายนและพฤษภาคม แต่สำหรับไทยยังคงต้องจับตาดูประเด็นปัญหาแรงงาน เพราะหากถูกจัดอันดับให้อยู่ใน Tier 3 ย่อมส่งผลกระทบอย่างหนักหน่วงต่อการค้าในตลาดสหรัฐฯ โดยเดือน ก.พ. 2557 ราคากุ้ง easy peel ของไทยในตลาดสหรัฐฯ ขนาด 41/50 เฉลี่ย 5.50 US$/ปอนด์ ไม่เปลี่ยนแปลงเมื่อเทียบกับเดือนก่อน แต่เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน ราคาเพิ่มขึ้นถึง +62.7% สำหรับการติดต่อธุรกิจการค้าในงาน Seafood Expo North America (เดิมชื่อ Boston Seafood Show) ซึ่งปกติจะเป็นตัวบ่งชี้ถึงแนวโน้มสถานการณ์การค้ากุ้งในตลาดสหรัฐฯ ในแต่ละปี โดยปีนี้ประเทศผู้ผลิตอย่างอินเดียและอินโดนีเซียได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งอินโดนีเซียซึ่งได้เสนอราคากุ้งแปรรูปต่ำกว่าอินเดีย สำหรับในช่วงเทศกาลอีสเตอร์คาดว่าจะมีการบริโภคอาหารนอกบ้านเพิ่มขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อความต้องการบริโภคกุ้งเพิ่มมากขึ้นเช่นกันสำหรับฤดูใบไม้ผลิตที่จะถึงนี้

สำหรับตลาดญี่ปุ่นในไตรมาสแรก 2557 ยังคงซบเซาเนื่องจากสถานกาณ์พายุหิมะ และจากการที่รัฐบาลขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มเป็น 8% จะส่งผลให้ผู้บริโภคระมัดระวังในการใช้จ่ายในระยะสั้นๆ เป็นการปรับตัวเท่านั้นเอง แต่โดยรวมความต้องการกุ้งของญี่ปุ่นยังคงทรงตัว โดยเดือน ก.พ. 2557 ราคาขายส่งกุ้งในตลาดญี่ปุ่น ขนาด 41/50 ของไทยราคาเฉลี่ย 2,300 เยน/1.8 กก. ราคาไม่เปลี่ยนแปลงเมื่อเทียบกับเดือนก่อน แต่เมื่อเทียบกับปีก่อน ราคาเพิ่มขึ้น +67.3 % สำหรับในช่วงตั้งแต่กลางเดือน มี.ค. เป็นต้นไป สภาพอากาศเริ่มอบอุ่นขึ้นเหมาะในการออกไปทำกิจกรรมนอกบ้าน ซึ่งน่าจะช่วยกระตุ้นให้มีการบริโภคกุ้งมากขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม ยังคงมีปัจจัยลบที่อาจกระตุ้นการบริโภคได้ไม่มากนัก คือ ราคาที่ยังคงอยู่ในระดับสูง เนื่องจาก supply มีน้อย และค่าเงินเยนยังคงอ่อนค่า โดยญี่ปุ่นมีความต้องการกุ้งกึ่งๆ แปรรูป เช่น กุ้งแกะเปลือกผ่าหลัง (Nobashi) และกุ้งแปรรูป จากประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งส่วนหนึ่งมีการใช้วัตถุดิบกุ้งจากประเทศอินเดียในการผลิตกุ้งแปรรูป ทั้งนี้ อินเดียและอินโดนีเซียน่าจะยังคงเป็นประเทศผู้ผลิตกุ้งรายใหญ่สำหรับสถานการณ์ปัจจุบัน

ด้านตลาด EU ไทยถูกตัดสิทธิ GSP ในสินค้ากุ้งปรุงแต่ง จาก 7% เป็น 20% น่าจะส่งผลให้ความสามารถในการแข่งขันลดลง อีกทั้งปี 2558 จะถูกตัดสิทธิในสินค้ากุ้งแช่เย็นแช่แข็ง โดยแนวทางการแก้ไขคือ การเจรจา FTA ให้ทันก่อนปี 2558 แต่เป็นไปได้ยากเพราะต้องใช้ระยะเวลา