Shrimp Fish Crab Cephalopod Ready To Eat
 
ปู ( Crab )

ปู เป็นสัตว์พวกเท้าปล้องชนิดหนึ่งอยู่ในไฟลัมอาโทรโพดา ในอันดับฐานบราชีอูรา (Brachyura) มีลักษณะ 10 ขา ปูมีหลายชนิดที่อยู่ทั้งน้ำจืดและทะเลรวมถึงอยู่แต่เฉพาะบนบก ปูจะมีกระดองซึ่งเป็นแคลเซี่ยมแข็งมีลักษณะสมมาตร แอบโดเมนพับลงไปอยู่ใต้กระดองซึ่งเป็นลักษณะสำคัญของอันดับฐานนี้ มีก้ามใหญ่ 1 คู่ มีขาเดิน 4 คู่ แตกออกเป็นรัศมีไปทางด้านข้างลำตัว หนวดคู่ที่ 2 อยู่ระหว่างตา ส่วนหางไม่มีหน้าที่ชัดเจนและไม่มีแพนหาง ปัจจุบันปูได้รับการจำแนกไว้แล้วกว่า 6,000 ชนิด ส่วนใหญ่พบในแถบอินโด-แปซิฟิก ในประเทศไทยพบแล้วรวม 824 ชนิด

ปูม้า จัดเป็นปูที่อาศัยอยู่ในทะเลชนิดหนึ่ง ที่อยู่ในสกุล Portunus ซึ่งพบทั้งหมด 90 ชนิดทั่วโลก และพบในน่านน้ำไทยราว 19 ชนิด ลักษณะทั่วไปแบ่งออกเป็น 3 ส่วนคือ ส่วนตัว อก และท้อง ส่วนหัวและอกจะอยู่ติดกัน มีกระดองหุ้มอยู่ตอนบน ทางด้านข้างทั้งสองของกระดองจะเป็นรอยหยักคล้ายฟันเลื่อยเป็นหนามแหลมข้างละ 9 อัน ขามีทั้งหมด 5 คู่ด้วยกัน คู่แรกเปลี่ยนแปลงไปเป็นก้ามใหญ่เพื่อใช้ป้องกันตัวและจับอาหาร ขาคู่ที่ 2, 3 และ 4 จะมีขนาดเล็กปลายแหลมใช้เป็นขาเดิน ขาคู่สุดท้ายตอนปลายมีลักษณะเป็นใบพายใช้ในการว่ายน้ำ ขนาดกระดองสามารถโตเต็มที่ได้ราว 15-20 เซนติเมตร ปูม้าในประเทศไทยสามารถพบได้แทบทุกจังหวัดทั้งฝั่งทะเลอันดามันและอ่าวไทย โดยอาศัยอยู่บริเวณปากแม่น้ำและแถบชายฝั่งทะเล

ปัจจุบันนี้ปูม้ากลายเป็นทรัพยากรสัตว์น้ำที่มีคุณค่าและมีความสำคัญทางเศรษฐกิจของไทย มีรสชาติเป็นที่นิยมของผู้บริโภค นับวันยิ่งมีความต้องการบริโภคปูม้ามีปริมาณเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งสวนทางกับจำนวนประชากร
ปูม้าในธรรมชาติที่เริ่มลดน้อยลง สาเหตุหลักก็มาจากการทำประมงด้วยเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพสูงในการจับปูม้า เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ ทำให้ปูม้าในธรรมชาติไม่สามารถเกิดทดแทนได้ทันปริมาณที่ถูกจับ จึงทำให้ปริมาณและขนาดปูม้าในปัจจุบันลดลงไปมาก เนื่องจากปริมาณการจับเกินกำลังการผลิตตามธรรมชาติ

ส่วนทางด้านเศรษฐกิจจะพบว่าในช่วงปี 2550-2553 ปริมาณปูทะเลที่ไทยส่งออกลดลงจาก 15,502 ตัน (มูลค่า 4,350.49 ล้านบาท) ในปี 2550 เป็น 8,484.67 ตัน (มูลค่า 2,659.39 ล้านบาท) ในปี 2554 โดยมีการส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกามากที่สุดถึง 3,433.79 ตัน (มูลค่า 1,875.76 ล้านบาท) รองลงมาคือ ไต้หวัน จีน เวียดนาม และแคนาดา

สำหรับปูม้าไทยที่ส่งไปจำหน่ายต่างประเทศนั้น นอกจากจะเป็นเนื้อปูบรรจุกระป๋องแล้วยังมีเนื้อปูแช่เย็นที่บรรจุในภาชนะปรุงแต่ง เช่น เนื้อปูแช่น้ำเกลือ เนื้อปูสุก และเนื้อปูที่บรรจุในภาชนะสุญญากาศ เป็นต้น จะเห็นได้ว่าตลาดเนื้อปูม้ายังเปิดกว้าง เนื่องจากเนื้อปูม้ามีศักยภาพและมีคุณค่าทางอาหารได้แก่ มีโปรตีนสูงถึงประมาณร้อยละ 15.8 แคลเซียมประมาณร้อยละ 0.05 ไขมันต่ำประมาณร้อยละ 0.49 และมีกรดไขมันโอเมก้า-3 และ EPA ที่ร่างกายต้องการประมาณร้อยละ 1.38 และ 0.74 นอกจากนี้ไข่และมันปูยังมีกรดไขมันโอเมก้า-3 และ EPA ที่จำเป็นต่อร่างกายถึงร้อยละ 9.43 และ 4.00 ตามลำดับ (เนื้อปู ไข่ และมันปู มีกรดไขมันโอเมก้า-3 และ EPA สูงกว่าสัตว์ทะเลชนิดอื่น ๆ และเป็นจุดเด่นทางโภชนาการของปูม้าเพราะเป็นสารต้านมะเร็ง)

ในเนื้อปูจะมี free amino acid 10 กว่าชนิด ที่สำคัญ ได้แก่ กรดกลูตามิก, Glycine, Proline, Histidine, Arginine เป็นต้น นอกจากนี้ยังอุดมไปด้วย วิตามินเอ บีหนึ่ง บีสอง บีสาม ซี และดี นอกจากนี้ ยังมีสารไอโอดีนสูงช่วยให้ไม่เป็นโรคคอหอยพอก และยังมีโอเมก้า 3 ซึ่งเป็นกรดไขมันอิ่มตัวอยู่สูง มีผลช่วยลดโคเลสเตอรอลในเส้นเลือดได้ ป้องกันการเลือดจับตัวเป็นก้อนซึ่งเป็นสาเหตุของภาวะหัวใจล้มเหลว และยังช่วยพัฒนาสมองและพัฒนาระบบประสาทก่อให้เกิดผลดีต่อการรักษาโรคความจำเสื่อมได้อีกด้วย
ชื่อสามัญ: BlueCrab, hardshell crab, Solfshell Crab; blue swimming

ชื่อไทย: ปูม้า

ชื่อทางวิทยาศาสตร์: Callinectes sapidus; Portunus pelagicus

Nutrition facts of Blue Swimming Crab 100g.

Calories:

87 kcal.

Fat Calories:

10 kcal.

Total Fat:

1.1 g.

Saturated Fat

0.2 g.

Cholesterol:

78 mg.

Sodium:

293 mg.

Protein:

18.1 g.

Omega-3:

0.3 g.

ปูม้า 1 ตัว สามารถแยกประเภทเนื้อได้ ดังนี้





Product Gallery