FTA

งานสัมมนา "เปิดประตูการค้าเสรีสู่สหภาพเศรษฐกิจยูเรเซีย (EAEU) โอกาสการค้าการลงทุนและความร่วมมือ"

Star InactiveStar InactiveStar InactiveStar InactiveStar Inactive
 
วันที่ 17 กันยายน 2564 ฝ่ายวิชาการ สมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย ได้เข้าร่วมงานสัมมนา "เปิดประตูการค้าเสรีสู่สหภาพเศรษฐกิจยูเรเซีย (EAEU) โอกาสการค้าการลงทุนและความร่วมมือ" ผ่านระบบ Zoom Meeting จัดโดยกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ สรุปดังนี้
 
สหภาพเศรษฐกิจยูเรเซีย (Eurasian Economic Union : EAEU) เกิดขึ้นจาก รัสเซีย คาซัคสถาน และเบลารุส ได้ลงนามในสนธิสัญญาจัดตั้งเขตเศรษฐกิจร่วมในปี 2555 โดยเริ่มจากการรวมกลุ่มเป็นสหภาพศุลกากร (Customs Union) มีการกำหนดอัตราภาษีศุลกากรเดียวกันสำหรับสินค้านำเข้าจากประเทศอื่นๆ และพัฒนาเป็นตลาดร่วม (Common Market) เพื่อเปิดเสรีการค้าสินค้า บริการ การลงทุน แรงงาน รวมทั้งกำหนดแนวนโยบายเศรษฐกิจร่วมกัน
 
ต่อมาได้จัดตั้งเป็นสหภาพเศรษฐกิจยูเรเซีย และมีสมาชิกเพิ่มอีก 2 ประเทศ คือ อาร์เมเนีย และคีร์กีซสถาน ในปี 2558 โดยมีคณะกรรมาธิการสหภาพเศรษฐกิจยูเรเซีย (Eurasian Economic Commission : EEC) เป็นองค์กรที่ทำหน้าที่บริหาร
 
การประเมินผลกระทบเบื้องต้นในการจัดทำ FTA ระหว่างไทยกับ EAEU จะส่งผลกระทบเชิงบวกต่อเศรษฐกิจของไทย ทำให้อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทยจะอยู่ที่ร้อยละ 0.0717-0.2029 การส่งออกจะขยายตัวอย่างเห็นได้ชัด สวัสดิภาพของประชากรดีขึ้น การจ้างงานของไทยเพิ่มขึ้น การบริโภค การลงทุน และการใช้จ่ายภาครัฐของไทยเติบโตขึ้น
EAEU ถือเป็นตลาดใหม่ที่มีศักยภาพและมีความน่าสนใจ โดยสมาชิก EAEU 5 ประเทศ มีประชากรรวมกันกว่า 180 ล้านคน มี GDP กว่า 1,600 ล้านเหรียญสหรัฐ มีอัตราเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจเฉลี่ย 2.5% ต่อปี
 
ในปี 2562 ไทยส่งออกผลิตภัณฑ์อาหารไป EAEU 105,693 พันเหรียญสหรัฐ และในปี 2563 ไทยส่งออกผลิตภัณฑ์อาหารไป EAEU 103,736 พันเหรียญสหรัฐ ทั้งนี้ การส่งออกสินค้าสัตว์น้ำจากไทยไป EAEU ลดลง 8.5% แต่การส่งออกสินค้าสัตว์น้ำจากเวียดนามไป EAEU เพิ่มขึ้น 60% นับตั้งแต่มีการจัดทำ FTA เวียดนาม – EAEU เมื่อปี 2558
จากการวิจัย การยกเว้นภาษีของไทยไปยัง EAEU ประกอบด้วยการยกเว้นภาษีนำเข้าสินค้าทุกรายการในสินค้า 30 จาก 40 ประเภทสินค้า หลังจากพิจารณาสินค้าอ่อนไหวของไทยแล้ว โดยสินค้านำเข้าและส่งออกจะได้รับการยกเว้นภาษีเป็น 0%
 
การค้าส่วนใหญ่กว่า 95% กระจุกตัวอยู่ที่รัสเซีย การลงทุนเกือบทั้งหมดเป็นการลงทุนระหว่างไทยและรัสเซีย โดยมีธุรกิจสำคัญที่ประเทศสมาชิก EAEU ลงทุนในไทย เช่น ธุรกิจการทำฟาร์มเลี้ยงปลาสเตอร์เจียนและผลิตไข่ปลาคาเวียร์ พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ และธุรกิจที่ไทยมีการลงทุนใน EAEU เช่น ธุรกิจร้านอาหารไทย ร้านนวดสปา เครื่องสำอาง และอุตสาหกรรมอาหาร เป็นต้น
 
EAEU เป็นผู้ผลิตหลักในทรัพยากรสำคัญที่เอื้อประโยชน์ต่อเศรษฐกิจไทยเป็นส่วนใหญ่ โดยผลิตน้ำมัน 14.7% ของการผลิตทั่วโลก ผลิตปุ๋ยแร่ธาตุ 52.3% ของการผลิตปุ๋ยแร่ธาตุทั่วโลก ผลิตก๊าซ 19.5% ของการผลิตทั่วโลก ผลิตเหล็กกล้า 5% ของการผลิตเหล็กกล้าทั่วโลก ผลิตถ่านหิน 20% ของการผลิตทั่วโลก ผลิตนม 5.3% ของการผลิตทั่วโลก
 
ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับวิธีการเข้าสู่ขั้นตอนการจัดทำความตกลง FTA ไทย - EAEU โดยทางเลือกที่แนะนำคือให้จัดทำความตกลง FTA โดยตรงกับ EAEU สำหรับแผนระยะสั้น และจัดทำความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-EAEU สำหรับยุทธศาสตร์ในระยะยาว ดังนี้
 
ทางเลือกที่ดีที่สุดสาหรับแผนระยะสั้น
 
•ผลกระทบทางเศรษฐกิจเป็นอันดับสองรองจากตัวเลือกอาเซียน
 
•หาข้อสรุปได้เร็วกว่าความตกลงการค้าอาเซียน-EAEU
 
•อุตสาหกรรมสนับสนุนตัวเลือกนี้เนื่องจากมีการเบี่ยงเบนทางการค้าอยู่แล้ว
 
ทางเลือกระยะยาวในอุดมคติ
 
•ผลกระทบทางเศรษฐกิจเชิงบวกสูงสุด
 
•การเจรจาหลายฝ่ายจะใช้เวลานานในการสรุป
 
•น่าจะเป็นตัวเลือกที่ EAEU ต้องการเนื่องจากช่วยให้เข้าถึงตลาดอาเซียนได้มากขึ้น
 
ข้อเสนอแนะเพื่ออำนวยความสะดวกในการค้าและส่งเสริมการใช้ประโยชน์จาก FTA
 
1. พิธีการศุลกากรแบบช่องทางเดียว การกำหนดมาตรฐานของกระบวนการศุลกากรในประเทศสมาชิกและการพัฒนาช่องทางเดียวเพื่อเพิ่มความสะดวกในการนาเข้าและส่งออก
 
2. การปรับประสาน (Harmonization) มาตรการมาตรฐานและกระบวนการตรวจสอบ การปรับประสานและการทำให้กระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการทำความเข้าใจด้านเอกสารทางการค้าเป็นมาตรฐานเดียวกัน
 
3. สร้างเงื่อนไขที่เป็นประโยชน์ร่วมกันเพื่อป้องกันมาตรการที่ไม่ใช่ภาษี (Non-Tariff Measures : NTMs) การเพิ่มกระบวนการในการมอบความคุ้มครองให้กับผู้ลงนามในFTAซึ่งอาจเป็นผลจากการบังคับใช้ NTMs อย่างกะทันหัน
 
4. เสริมสร้างการอำนวยความสะดวกและการส่งเสริมด้านการค้าและการลงทุน ยกระดับบริการส่งเสริมด้านการค้าและการลงทุนจากทั้งสองฝ่าย โดยมุ่งเน้นในการปิดช่องว่างความรู้ด้านภาษาและการตลาด
 
5. กำหนดเงื่อนไขของกฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้าที่เป็นมิตรสาหรับ SME กำหนดมูลค่าถิ่นกำเนิดของสินค้าที่ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของ SME และทำให้กระบวนการในการขอหนังสือรับรองกฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้าง่ายขึ้น
 
6. เพื่ออำนวยความสะดวกในกระบวนการในการยอมรับใบประกอบวิชาชีพ เพื่อเสริมสร้างความคิดริเริ่มที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อการยอมรับใบประกอบวิชาชีพ
 
7. การปรับประสานการเดินทางฟรีวีซ่าแก่ประเทศสมาชิก EAEU การสร้างมาตรฐานในการกำหนดเงื่อนไขวีซ่าสาหรับประเทศสมาชิก EAEU และการต่ออายุวีซ่าอัตโนมัติสำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาไทยเพื่อพบแพทย์
 
8. พัฒนาโซลูชันการชำระเงินข้ามพรมแดนเพื่อการใช้การบริการในต่างประเทศ ส่งเสริมการพัฒนาโซลูชั่นการชำระเงินของภาคเอกชนที่อำนวยความสะดวกในการชำระเงินข้ามพรมแดนในมูลค่าสูงขึ้น
 
9. ส่งเสริมบริการเที่ยวบินต่อเครื่อง –หลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควิด-19 เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการเดินทางของผู้โดยสารและความสามารถในการขนส่งสินค้า
ไทยมีแผนเร่งผลักดันให้เกิดการเจรจา FTA กับ EAEU และหากทั้งสองฝ่ายเห็นชอบให้เริ่มกระบวนการเจรจา คาดว่าจะใช้เวลาเจรจาประมาณ 2 ปี
 

Our Phone

CALL US ON (662) 235-5622-4

Our E-mail

thai-frozen@thai-frozen.or.th

Our Location

Google map : 13.722827, 100.530781

Search

X

Right Click

No right click